แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบาหวาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบาหวาน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ควบคุมน้ำหนัก อย่างปลอดภัย

Wheatgrass Juice Powder 
(ต้นอ่อนข้าวสาลีสกัด) ออร์แกนนิค

วีทกราสสกัดมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 90 ชนิด ตั้งแต่แคลเซียม
แมกนีเซียม, โพแทสเซียม, เหล็ก และโซเดียม มีกรดอะมิโนไม่ต่ำกว่า
20 ชนิด และมีเอนไซม์ไม่ต่ำกว่า 30 ชนิด วีทกราสสกัด ช่วยให้ระบบ
การทำงานของร่างกายดีขึ้น ช่วยระบบการย่อยอาหาร ช่วยในเรื่อง
ของการเผาผลาญพลังงานและอาหาร ช่วยในเรื่องการแลกเปลี่ยน 
ออกซิเจน และช่วยระบบควบคุมต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
วีทกราสสกัด ยังช่วยชะล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้เรายัง 
พบสารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งมีฤทธิ์กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
ในระดับเซลล์ และจากระบบน้ำเหลืองของร่างกาย วีทกราสสกัด 
จัดเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง หนักเพียง 15 ปอนด์ มีคุณค่าเทียบเท่า 
ผักสดทั่วไปน้ำหนัก 350 ปอนด์ วีทกราสสกัดยังอุดมไปด้วย วิตามิน 
เอนไซม์ ที่ยังมีชีวิต ร่างกายสามารถนำไปใช้งานได้ทันที วีทกราสมี
คลอโรฟิลล์ ถึง 70 % 
ช่วยให้สมองและ เนื้อเยื่อมีออกซิเจนที่พอเพียง 
ทำให้สามารถ ำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ 
ที่สำคัญลดความเสี่ยงจากสารก่อมะเร็งต่างๆ ช่วยฟอกมลภาวะและ
ฟื้นฟูระบบหลอดเลือด เพราะโมเลกุลของมันคล้าย โมเลกุลของ 
ฮีโมโกลบิน ในเม็ดเลือด ช่วยทำความสะอาดระบบหมุนเวียนโลหิต
และลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ช่วยลดพิษ จากมลภาวะต่างๆ และมี
ฤทธิ์ต้านเชื้อโรค นอกจากนั้นในวีทกราสยังมีสารประกอบซึ่งช่วยกำจัดพิษจากตับ
และส่งเสริมการทำงานของตับ วีทกราสช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน 
ให้ดีขึ้น ช่วยให้หลับได้สนิท จากการวิจัยพบว่าในวีทกลาสที่ปลูกแบบ 
ธรรมชาติ (Organic) จะมีแร่ธาตุมากกว่า 100 ตัว ที่มนุษย์ต้องการ 
ในนั้นและ 90 % ของแร่ธาตุนี้มาจากดินที่ใช้ปลูก วีทกลาสสกัด อุดม 
ไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี คลอรีน แมกนีเซียม
ช่วยลดการสะสมของไขมัน มีกรดอะมิโนใช้สำหรับ การซ่อมแซม 
ส่วนที่สึกหรอ และสร้างเซลล์ใหม่
Fructooligosaccharide from
Onion and Banana
(ฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ 
จากหัวหอมและกล้วย)
หรือ FOS คือ น้ำตาลเชิงซ้อนที่เป็น
รูปแบบที่บริสุทธิ์ และเข้มข้นที่สุด
ที่พบได้ ช่วยเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี 
ชื่อ แลคโตบาซิลลัส และบิฟิโด-
แบคทีเรีย ในลำไส้ใหญ่ ฟรุคโต-
โอลิโกแซคคาไรด์ ให้พลังงานต่ำ 
และจัดเป็นเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้
FOS เป็นพรีไบโอติกชนิดหนึ่งที่พบได้ 
ในกล้วยหอม หัวหอม 
ช่วยเพิ่มเชื้อ 
จุลินทรีย์ชนิดดี ชื่อ แลคโตบาซิลลัส
และบิฟิโดแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ ช่วยลดอาการท้องผูก ช่วยลดความ
เสี่ยงในการเป็นมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านทาน 
เชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลให้การทำงาน และสุขภาพ 
ของระบบทางเดินอาหารดีขึ้น กุญแจที่จะนำไปสู่ความเข้าใจในคุณค่า
ของฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ คือการเข้าใจในบทบาทของแบคทีเรีย 
ตัวดีในร่างกายฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์เป็นอาหารของแบคทีเรียตัวดี 
ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้าย
ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้รับ
การรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่น
Resistant Moltodextrin
form Corn 
(มอลโตเด็กซ์ตรินจากข้าวโพด)
เป็นแป้งจากข้าวโพดที่ไม่มีรสหวาน
แต่ดูดซึมง่ายเป็นแป้งโมเลกุลชนิดสั้น
ช่วยให้ร่างกายสร้างไกลโคเจน
ให้แก่กล้ามเนื้อได้ดีกว่าการใช้น้ำตาล Resistance Maltodextrin 
ซึ่งจัด เป็นเส้นใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำ ผลิตจากแป้งข้าวโพด ซึ่งมี 
คุณสมบัติโดดเด่นที่ต่างจาก Maltodextrin ทั่วไป คือไม่ถูกย่อยสลาย
ด้วยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทั้งยังทนกรดสูงระดับเดียวกับน้ำย่อย 
จากกระเพาะอาหาร ซึ่งส่วนที่ผ่านการย่อยสลายจากน้ำย่อยใน
กระเพาะอาหารนี่เองที่จัดเป็นเส้นใยอาหารชั้นดี มีคุณสมบัติเด่นมาก 
ในเรื่องการรักษาสมดุลของระบบขับถ่าย โดยเพิ่มความถี่ในการ
ขับถ่าย เพิ่มมวลของอุจจาระและช่วยให้อุจจาระนิ่ม จึงขับถ่ายได้ดีขึ้น
ช่วยในการดูดซึมสารอาหารในลำไส้เล็กช้าลงส่งผลให้ระดับน้ำตาล
กลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จึงรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไว้ได้
นานขึ้นจึงลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน Type II หรือ 
เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน 
นอกจากนี้ยังพบว่าการบริโภคมอลโตเด๊กซ์ซินอย่างต่อเนื่อง
สามารถลดปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกายได้ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถ
ใช้ มอลโตเด๊กซ์ซินเป็นสารอาหารควบคุม น้ำหนักได้
  • ่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้น เช่น
    ช่วยระบบการย่อยอาหาร 
    ช่วยในเรื่องของการเผาผลาญพลังงานและอาหาร
  • ช่วยในเรื่องการแลกเปลี่ยนออกซิเจน
  • ช่วยชะล้างสารพิษออกจากร่างกาย
  • ช่วยในการฟอกตับ
  • ช่วยลดอาการท้องผูกจึงลดความเสี่ยงในการเป็น
    มะเร็งลำไส้ใหญ่ 
  • ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันต้านทานเชื้อโรคในระบบ
    ทางเดินอาหารซึ่งส่งผลให้การทำงานและสุขภาพ
    ของระบบทางเดินอาหารดีขึ้น
  • ลดความดันโลหิต
  • ชะลอความแก่
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • เพิ่มภูมิต้านทานต่อโรคภูมิแพ้ต่างๆ 
  • ช่วยลดการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
  • สมานแผล และขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากร่างกาย 
    เช่น กลิ่นปากเป็นต้น
วิธีการใช้ : 
รับประทานครั้งละ 1 ซอง วันละ 2 ครั้ง
โดยผสมกับน้ำเย็น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง

1 กล่อง 30 ซอง






เบอร์โทรติดต่อ : 086 885 5095


      K.อัญชลีรัตน์

ey2554@hotmail.com

u.lakshmi50@gmail.com



Web Hosts

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เบาหวานกับไขมันในเลือด


โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนอินสุลินลดลง หรือร่างกายตอบสนองต่อฤทธิ์ของฮอร์โมนอินสุลินลดลง ฮอร์โมนอินสุลิน นอกจากจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังมีผลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้วย โดยมีฤทธิ์ยับยั้งการสลายไขมันในร่างกาย ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงพบความผิดปกติของไขมันในเลือดได้บ่อยกว่าคนทั่วไป กล่าวคือ ผู้ป่วยเบาหวานมักจะพบความผิดปกติของระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงขึ้น และระดับเอช ดี แอล โคเลสเตอรอลที่ลดลง ส่วนระดับแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลมักจะไม่แตกต่างจากคนที่ไม่เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดที่ผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานนอกจากจะเกิดจากโรคเบาหวานเองแล้ว ยังอาจเกิดจากยาต่างๆ ที่ใช้ร่วมด้วย เช่น ยาลดความดันโลหิตสูงบางชนิด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวานเอง ได้แก่ โรคแทรกซ้อนทางไตในผู้ป่วยเบาหวาน หรือโรคเบาหวานลงไต ซึ่งจะมีผลทำให้ระดับแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น หรืออาจจะเกิดจากโรคไทรอยด์ที่ทำงานผิดปกติ เป็นต้น


ไขมันในเลือดผิดปกติมีผลอย่างไรต่อผู้ป่วยเบาหวาน
 
 
ไขมันที่ผิดปกติจะทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่เกิดการตีบตัน ซึ่งพบได้ทั้งในผู้ป่วยที่เป็นและไม่เป็นเบาหวาน แต่ผู้ป่วยเบาหวานจะมีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากกว่า และเกิดได้ในคนที่อายุน้อยกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าระดับไขมันที่ผิดปกติยังสัมพันธ์กับการเกิดพยาธิสภาพของหลอดเลือดฝอย และมีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานอีกด้วย



ผลต่อหลอดเลือดแดงใหญ่


ทำให้หลอดเลือดแดงตีบตัน เป็นผลให้อวัยวะสำคัญต่างๆ ของร่างกายมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ เช่น ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน จะทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก หรือเสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้


ถ้าเกิดที่หลอดเลือดไปเลี้ยงสมองตีบตัน จะทำให้เกิดโรคอัมพาต โดยจะมีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือชาครึ่งซีก นอกจากนี้ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขาตีบตัน ก็จะทำให้เกิดอาการปวดบริเวณต้นขา หรือน่องเวลาเดินไกลๆ และถ้าหลอดเลือดตีบมากๆ อาจจะทำให้เกิดแผลที่เท้าได้ และเป็นสาเหตุให้แผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานหายได้ยาก และช้ากว่าปกติ


ผลต่อหลอดเลือดแดงฝอย


ระดับไขมันในเลือดที่สูง จะมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคแทรกซ้อน ที่หลอดเลือดฝอยของตา และไตในผู้ป่วยเบาหวาน หรือที่เรียกกันว่า เบาหวานขึ้นตาและลงไต เป็นผลให้การมองเห็นของสายตาลดลง และการทำงานของไตเสื่อม หรือไตวาย


ผลต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด


ไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงจะมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานสูงขึ้นได้ ซึ่งอธิบายได้จากกรดไขมันอิสระที่สูง กรดไขมันอิสระที่สูง จากภาวะที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงจะมีผลยับยั้งขบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสในเซล และยังทำให้มีการสร้างแลปล่อยน้ำตาลกลูโคสจากตับเพิ่มขึ้น และในทางกลับกันภาวะน้ำตาลในเลือดที่สูง ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายมีฮอร์โมนอินสุลินไม่เพียงพอ หรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินสุลินลดลง ก็จะมีผลทำให้ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ ซึ่งเป็นผลจากการที่ตับสร้างไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น


ผู้ป่วยเบาหวานควรจะมีระดับไขมันในเลือดเท่าไร

ระดับไขมันในเลือดเหมาะสมในผู้ป่วยเบาหวาน คือ


แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล น้อยกว่า 100 มก./ดล.


เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล มากกว่า 45 มก./ดล.


ไตรกลีเซอไรด์ น้อยกว่า 150 มก./ดล.


การรักษาไขมันในเลือดผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานทำได้อย่างไรบ้าง


การรักษาประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 อย่าง คือ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา


การควบคุมอาหาร มีหลักดังต่อไปนี้ คือ


1.รับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อที่จะให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่อ้วน หรือไม่ผอมเกินไป


2.รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ได้แก่ แป้ง โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร


3.หลีกเลี่ยง หรือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และอาหารที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลสูง ไขมันอิ่มตัวจะพบในไขมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และกะทิ สำหรับโคเลสเตอรอลนั้นจะพบในเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง และนมเนยต่างๆ

การออกกำลังกาย


การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ และสม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดระดับแอล ดี แอล โคเลสเตอรอล และทำให้เอช ดี แอล โคเลสเตอรอลสูงขึ้นด้วย


การใช้ยา


ถ้าควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้วไม่สามารถลดระดับไขมันในเลือดถึงระดับที่ต้องการแล้ว จำเป็นต้องพิจารณาการใช้ยาลดระดับไขมันในเลือดร่วมด้วย ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับไขมันแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลสูงอย่างเดียว หรือมีไขมันแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลสูงร่วมกับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงควรพิจารณาใช้ยาในกลุ่ม statin เป็นยากลุ่มแรกในผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงอย่างเดียว ยาที่เหมาะสมคือยาในกลุ่ม fibrate


ยาลดระดับไขมันในเลือด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันพบว่ามีผลข้างเคียงน้อย และมีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดแดงตีบตัน และโรคหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานได้




ที่มา : นพ.ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์


Website Hosting